รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง โดยการประเมินความเครียดทางการเมืองด้วยตนเอง กรมสุขภาพจิต
| ข้อ | คำถาม | ไม่มี (0) | มีบางครั้ง (1) | มีบ่อย (2) | มีทุกวัน (3) |
| 1. | ท่านรู้สึกกังวลเเมื่อต้องแสดงความเห็นทางการเมือง | ||||
| 2. | ท่านรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น | ||||
| 3. |
การรับรู้เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ท่านรู้สึกหงุดหงิด/โกรธ/โมโหง่าย |
||||
| 4. | เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ท่านนอนไม่หลับหรือหลับยาก | ||||
| 5. | ท่านไม่มีสมาธิในการทำงานหรือทำกิจวัตรต่างๆ เมื่อนึกถึงการเมือง | ||||
| 6. | การเมืองทำให้ท่านทะเลาะหรือโต้เถียงกับคนอื่น | ||||
| 7. | ท่านรู้สึกใจสั่นเมื่อรับรู้เหตุการณ์ทางการเมือง | ||||
| 8. | ท่านคิดวนเวียนเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง |
คะแนนรวมตั้งแต่ 9 ขึ้นไป ถือว่าเครียดรุนแรง ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรด้านสุขภาพจิต หรือ สายด่วน 1323
สำหรับผู้ที่มีความเครียดรุนแรง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดอารมณ์รุนแรงนั้นลง ด้วยการปฏิบัติ ดังนี้
1. บริหารเวลาให้เหมาะสม โดยแบ่งเวลาในการติดตามข่าวสารบ้านเมือง การดูแลครอบครัว การทำงาน และการพักผ่อน สำหรับการ
ติดตามข่าวสารไม่ควรติดตามต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือควรติดตามจากคนใกล้ชิดแทน
2. ลดการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อ ที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์โกรธ เช่น สื่อที่ให้ข้อมูลด้านเดียวหรือสื่อที่มีภาพและเสียงที่เร้าให้เกิดอารมณ์
รุนแรงเพราะจะยิ่งทำให้ความเครียดทางการเมืองและความเครียดสูง ควรรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่สะท้อนความคิดที่หลากหลาย และมุ่งเน้นการ
หาทางออก
3. มีวิธีการลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย สวดมนต์ ทำสมาธิ หายใจคลายเครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น
สำหรับการช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนในชุมชนหรือสถานที่ทำงานที่มีความเครียดทางการเมืองสูง ให้มีความสงบเพิ่มขึ้น
ด้วยข้อปฏิบัติ รับฟัง ชื่นชม ห่วงใย ให้คำแนะนำ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. รับฟัง การลดอารมณ์รุนแรงทางการเมืองไม่อาจกระทำได้ด้วยการโต้แย้งด้วยเหตุผล เนื่องจากแต่ละคนที่มีความเครียดทางการเมือง
รุนแรงจะยึดถือในความเชื่อของตนเอง ดังนั้น การโต้แย้ง จึงไม่ช่วยสร้างความสงบ ขณะเดียวกันกับการหลีกเลี่ยงไม่พูดคุย ก็ไม่ช่วยลดอารมณ์
รุนแรงลงทางที่ดีที่สุด คือ การรับฟังด้วยความเห็นใจว่าเขามีความเครียด โดยเข้าใจว่าการรับฟังจะช่วยให้คนเราสงบลง
2. ชื่นชม การที่มีความเครียดทางการเมืองรุนแรง ล้วนเริ่มต้นจากความขัดแย้งในบ้านเมือง ความหวังที่ดี่ต่อสังคมเพียงแค่ความขัดแย้ง
มาจากการให้ความสำคัญในประเด็นที่ต่างกัน ดังนั้น จึงควรแสดงความชื่นชมในประเด็นที่ดีของเขาก็จะทำให้เกิดการยอมรับกัน และนำไปสู่ความไว้
วางใจและช่วยให้เขาอารมณืเย็นลงได้
3. ห่วงใย คือ การแสดงความเป็นห่วงใยต่อสุขภาพและภาพพจน์ของผู้มีความเครียดทางการเมืองรุนแรง เพื่อช่วยให้เขากลับมามองตนเอง
รวมทั้งเป็นห่วงตนเองและผลที่จะเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดด้วย
4. ให้คำแนะนำ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่มีความเครียดทางการเมืองรุนแรง แต่ควรมาลำดับท้ายสุด โดยให้คำแนะนำตาม 3 วิธีข้างต้น
ในระดับสังคมจำเป้นอย่างยิ่งที่จะต้องลดอารมณ์ทางการเมืองที่รุนแรงในสังคมลงด้วยวิธีการต่างๆ
1. สื่อและผู้เกี่ยวข้อง จะต้องลดการนำเสนอข่าวในส่วนที่สร้างความโกรธ ความเครียดของคู่ขัดแย้ง และเพิ่มการเสนอข่าวของฝ่ายต่างๆ
ที่นอกเหนือจากคู่ขัดแย้ง ข่าวที่ทำให้เข้าใจคนแต่ละฝ่ายที่ขัดแย้งกันและเสนอข่าวที่มุ่งเน้นการหาทางออก
2. เครือข่ายสังคมใน Internet ควรลดความรุนแรงในการแสดงอารมณ์และความคิดเห็นการแสดงออกในสื่อใหม่เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ
ขาดการควบคุมตนเองเนื่องจากไม่ต้องแสดงตน แต่จะส่งผลกระทบให้เกิดบรรยากาศของสังคมที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น การสื่อสารในเครือข่าย
Internet จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการออกความคิดเห็น ไม่ส่งต่อความคิดเห็นที่รุนแรงออกไป รวมทั้งช่วยกันตักเตือนการแสดงออกที่รุนแรง
3. ทุกคนสามารถช่วยให้สังคมไทยผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ แสดงเจตจำนงค์การให้แก้ไขความขัดแย้ง
โดยไม่ใช้ความรุนแรง ไม่สร้างความโกรธ ความเกลียดชัง ลดการเผชิญหน้า และร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ
กรมสุขภาพจิตหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำเตือนและข้อปฏิบัตินี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ผู้คนในสังคมไทยกลับมาดูใจตนเองและช่วยกัน
ดูแลจิตใจคนใกล้ชิด เพื่อบรรเทาวิกฤตและสร้างความสุขให้กับสังคมไทย