รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง โดยการประเมินความเครียดทางการเมืองด้วยตนเอง กรมสุขภาพจิต

ประกาศเมื่อ    14 สิงหาคม 2556 เวลา 13:00:13    ยอดเข้าชม    298  บทความโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

 รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง โดยการประเมินความเครียดทางการเมืองด้วยตนเอง กรมสุขภาพจิต

  ข้อ   คำถาม ไม่มี (0)  มีบางครั้ง (1)  มีบ่อย (2) มีทุกวัน (3)
1.  ท่านรู้สึกกังวลเเมื่อต้องแสดงความเห็นทางการเมือง          
2. ท่านรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น        
3.

การรับรู้เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ท่านรู้สึกหงุดหงิด/โกรธ/โมโหง่าย

       
4. เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ท่านนอนไม่หลับหรือหลับยาก        
5. ท่านไม่มีสมาธิในการทำงานหรือทำกิจวัตรต่างๆ เมื่อนึกถึงการเมือง        
6. การเมืองทำให้ท่านทะเลาะหรือโต้เถียงกับคนอื่น        
7. ท่านรู้สึกใจสั่นเมื่อรับรู้เหตุการณ์ทางการเมือง        
8. ท่านคิดวนเวียนเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง        

 

คะแนนรวมตั้งแต่ 9 ขึ้นไป ถือว่าเครียดรุนแรง ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรด้านสุขภาพจิต หรือ สายด่วน 1323

 

สำหรับผู้ที่มีความเครียดรุนแรง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดอารมณ์รุนแรงนั้นลง ด้วยการปฏิบัติ ดังนี้

1.  บริหารเวลาให้เหมาะสม  โดยแบ่งเวลาในการติดตามข่าวสารบ้านเมือง การดูแลครอบครัว การทำงาน และการพักผ่อน สำหรับการ

ติดตามข่าวสารไม่ควรติดตามต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือควรติดตามจากคนใกล้ชิดแทน

2. ลดการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อ ที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์โกรธ เช่น สื่อที่ให้ข้อมูลด้านเดียวหรือสื่อที่มีภาพและเสียงที่เร้าให้เกิดอารมณ์

รุนแรงเพราะจะยิ่งทำให้ความเครียดทางการเมืองและความเครียดสูง ควรรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่สะท้อนความคิดที่หลากหลาย และมุ่งเน้นการ

หาทางออก

3.  มีวิธีการลดความเครียด  เช่น การออกกำลังกาย สวดมนต์ ทำสมาธิ หายใจคลายเครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

 

สำหรับการช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนในชุมชนหรือสถานที่ทำงานที่มีความเครียดทางการเมืองสูง ให้มีความสงบเพิ่มขึ้น

ด้วยข้อปฏิบัติ รับฟัง ชื่นชม ห่วงใย ให้คำแนะนำ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.  รับฟัง  การลดอารมณ์รุนแรงทางการเมืองไม่อาจกระทำได้ด้วยการโต้แย้งด้วยเหตุผล เนื่องจากแต่ละคนที่มีความเครียดทางการเมือง

รุนแรงจะยึดถือในความเชื่อของตนเอง ดังนั้น การโต้แย้ง จึงไม่ช่วยสร้างความสงบ ขณะเดียวกันกับการหลีกเลี่ยงไม่พูดคุย ก็ไม่ช่วยลดอารมณ์

รุนแรงลงทางที่ดีที่สุด คือ การรับฟังด้วยความเห็นใจว่าเขามีความเครียด โดยเข้าใจว่าการรับฟังจะช่วยให้คนเราสงบลง

2.  ชื่นชม  การที่มีความเครียดทางการเมืองรุนแรง ล้วนเริ่มต้นจากความขัดแย้งในบ้านเมือง ความหวังที่ดี่ต่อสังคมเพียงแค่ความขัดแย้ง

มาจากการให้ความสำคัญในประเด็นที่ต่างกัน ดังนั้น จึงควรแสดงความชื่นชมในประเด็นที่ดีของเขาก็จะทำให้เกิดการยอมรับกัน และนำไปสู่ความไว้

วางใจและช่วยให้เขาอารมณืเย็นลงได้

3.  ห่วงใย  คือ การแสดงความเป็นห่วงใยต่อสุขภาพและภาพพจน์ของผู้มีความเครียดทางการเมืองรุนแรง เพื่อช่วยให้เขากลับมามองตนเอง

รวมทั้งเป็นห่วงตนเองและผลที่จะเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดด้วย

4.  ให้คำแนะนำ  เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่มีความเครียดทางการเมืองรุนแรง แต่ควรมาลำดับท้ายสุด โดยให้คำแนะนำตาม 3 วิธีข้างต้น

 

ในระดับสังคมจำเป้นอย่างยิ่งที่จะต้องลดอารมณ์ทางการเมืองที่รุนแรงในสังคมลงด้วยวิธีการต่างๆ

1.  สื่อและผู้เกี่ยวข้อง  จะต้องลดการนำเสนอข่าวในส่วนที่สร้างความโกรธ ความเครียดของคู่ขัดแย้ง และเพิ่มการเสนอข่าวของฝ่ายต่างๆ 

ที่นอกเหนือจากคู่ขัดแย้ง ข่าวที่ทำให้เข้าใจคนแต่ละฝ่ายที่ขัดแย้งกันและเสนอข่าวที่มุ่งเน้นการหาทางออก

2.  เครือข่ายสังคมใน Internet  ควรลดความรุนแรงในการแสดงอารมณ์และความคิดเห็นการแสดงออกในสื่อใหม่เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ

ขาดการควบคุมตนเองเนื่องจากไม่ต้องแสดงตน แต่จะส่งผลกระทบให้เกิดบรรยากาศของสังคมที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น การสื่อสารในเครือข่าย

Internet จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการออกความคิดเห็น ไม่ส่งต่อความคิดเห็นที่รุนแรงออกไป รวมทั้งช่วยกันตักเตือนการแสดงออกที่รุนแรง

3.  ทุกคนสามารถช่วยให้สังคมไทยผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้  ด้วยการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ แสดงเจตจำนงค์การให้แก้ไขความขัดแย้ง

โดยไม่ใช้ความรุนแรง ไม่สร้างความโกรธ ความเกลียดชัง  ลดการเผชิญหน้า และร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ

 

กรมสุขภาพจิตหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำเตือนและข้อปฏิบัตินี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ผู้คนในสังคมไทยกลับมาดูใจตนเองและช่วยกัน

ดูแลจิตใจคนใกล้ชิด เพื่อบรรเทาวิกฤตและสร้างความสุขให้กับสังคมไทย